ออกใบเสร็จรับเงิน

ใบเสร็จรับเงิน คือ เอกสารที่ออกให้ลูกค้าเพื่อยืนยันว่ากิจการได้รับชำระเงินเรียบร้อยแล้ว โดยระบุข้อมูลลูกค้า รายการสินค้า/บริการ จำนวนเงิน ภาษี วิธีการชำระเงิน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นหลักฐานการรับเงิน

ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่หน้าสร้างใบเสร็จรับเงิน

ไปที่เมนู ใบเสร็จรับเงิน > คลิกปุ่ม "สร้างใหม่" เพื่อเริ่มสร้างใบเสร็จรับเงินใหม่

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt)

ขั้นตอนที่ 2: กรอกข้อมูลลูกค้า

1

ข้อมูลลูกค้าและที่อยู่ (ฝั่งซ้าย)

1.

ระบุลูกค้า: ค้นหารายชื่อลูกค้าในระบบ หรือคลิก "+ เพิ่มผู้ติดต่อใหม่" เพื่อเพิ่มลูกค้ารายใหม่ กรณีเพิ่มลูกค้าใหม่ควรกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้ระบบนำไปใช้ในการออกเอกสารได้ถูกต้อง

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt)
2.

ที่อยู่ / เบอร์โทร / เลขผู้เสียภาษี: ระบบจะแสดงข้อมูลอัตโนมัติ หากมีข้อมูลอยู่แล้ว หรือสามารถกรอกเพิ่มเติมได้ในช่องที่กำหนด

3.

สาขา: ระบุสาขาของลูกค้า เช่น สำนักงานใหญ่ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง

2

ข้อมูลสำคัญของเอกสาร (ฝั่งขวา)

1.

วันที่: เลือกวันที่ออกใบเสร็จรับเงิน โดยระบบจะแสดงวันที่ปัจจุบันให้อัตโนมัติ

2.

เอกสารอ้างอิง: ระบุเลขที่หรือเอกสารอ้างอิง เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสนอราคา หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

3.

สาขา: เลือกสาขาของผู้ออกใบเสร็จรับเงิน

4.

ประเภทภาษี: เลือกรูปแบบการคำนวณภาษีของเอกสาร

แยกภาษี (Exclusive VAT): ราคาสินค้า/บริการยังไม่รวม VAT ระบบจะคำนวณและบวก VAT เพิ่มให้อัตโนมัติ

รวมภาษี (Inclusive VAT): ราคาสินค้า/บริการรวม VAT แล้ว ระบบจะคำนวณแยกยอดภาษีออกมาให้

ไม่มี (Non VAT): ใช้สำหรับกิจการที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT หรือสินค้า/บริการที่ได้รับยกเว้นภาษี

5.

ใบกำกับภาษี

หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ระบบจะติ๊กเลือก "การออกใบกำกับภาษี" ให้อัตโนมัติ เพื่อออกเอกสารเป็น "ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี"

หากบริษัทไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ระบบจะไม่ออกใบกำกับภาษี เอกสารจะเป็น "ใบเสร็จรับเงิน" เท่านั้น

หากมีการอ้างอิงใบแจ้งหนี้เดิม ควรระบุเลขที่เอกสารอ้างอิงให้ชัดเจน แม้ระบบจะติ๊กเลือก "การออกใบกำกับภาษี" ให้อัตโนมัติสำหรับบริษัทที่จด VAT แต่ควรตรวจสอบซ้ำทุกครั้งให้ตรงกับประเภทเอกสารที่ต้องการออก

เมื่อบันทึกเป็นใบเสร็จรับเงินอย่างเป็นทางการแล้ว การแก้ไขอาจทำได้ยาก หรืออาจต้องยกเลิกและสร้างใหม่ ควรตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสาขาของลูกค้าให้ถูกต้องก่อนบันทึก เพราะอาจมีผลต่อใบกำกับภาษีและรายงานภาษีขาย

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt)

ขั้นตอนที่ 3: การกรอกข้อมูลสินค้า/บริการ

1

สินค้า/บริการ

ระบุชื่อสินค้า/บริการ และสามารถเพิ่มรายละเอียดของรายการนั้นในช่องด้านล่าง

2

จำนวน

ระบุจำนวนสินค้า/บริการ

3

หน่วย

ระบุหน่วยนับ เช่น ชิ้น, เครื่อง, ครั้ง หรือ งวด

4

ราคา

ระบุราคาต่อหน่วยของสินค้า/บริการ

5

ส่วนลด

ระบุจำนวนเงินส่วนลดของรายการนั้นเป็นบาท (ถ้ามี)

6

ส่วนลด (%)

ระบุเปอร์เซ็นต์ส่วนลดของรายการนั้น (ถ้ามี) โดยระบบจะคำนวณเป็นจำนวนเงินให้อัตโนมัติ

7

VAT

เลือกอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของรายการ เช่น 7%, 0% หรือยกเว้นภาษี เพื่อให้ระบบแยกฐานภาษีได้ถูกต้อง

8

รวม

แสดงยอดเงินรวมของรายการนั้น

9

WHT

ระบุอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย เช่น 1%, 3% หรือ 5% สำหรับรายการบริการที่ต้องหักภาษีตามกฎหมาย

ควรเลือกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ให้ตรงกับประเภทสินค้า/บริการ

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt)

ขั้นตอนที่ 4: ข้อมูลสรุปยอดและภาษี

1

สรุปแยกฐานภาษี

ระบบจะดึงข้อมูลจากช่อง VAT ของแต่ละรายการมาสรุปแยกประเภทให้อัตโนมัติ

1.

ฐานภาษี 7%: ยอดรวมของสินค้า/บริการที่ต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

2.

ฐานภาษี 0%: ยอดรวมของสินค้า/บริการที่ใช้อัตราภาษี 0%

3.

ฐานภาษี ไม่มี: ยอดรวมของสินค้า/บริการที่ได้รับยกเว้นภาษี

2

การสรุปยอดเงิน

แสดงรายละเอียดการคำนวณยอดเงินรวมของเอกสาร

1.

ยอดรวม: ผลรวมจากช่อง "รวม" ของทุกรายการสินค้า/บริการ

2.

ส่วนลด (%) หรือ ส่วนลด (บาท): ติ๊กเลือกช่องส่วนลดก่อนระบุส่วนลดท้ายบิล

3.

ยอดรวมหลังหักส่วนลด: ยอดคงเหลือหลังหักส่วนลด เพื่อนำไปคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

4.

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ยอดภาษีมูลค่าเพิ่มที่ระบบคำนวณได้

5.

ยอดรวมหลังภาษี: ยอดเงินรวมหลังคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

6.

ยอดรวมสุทธิทั้งหมด: ยอดเงินรวมทั้งสิ้น แสดงในแถบสีฟ้า

7.

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT): ยอดรวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเอกสาร

8.

ยอดที่ต้องชำระ: จำนวนเงินจริงที่ลูกค้าต้องชำระ หลังหักภาษี ณ ที่จ่าย

ควรตรวจสอบยอดในแถบสีฟ้า "ยอดรวมสุทธิทั้งหมด" ทุกครั้งก่อนบันทึกเอกสาร ควรตรวจสอบยอดรับชำระจริงให้ตรงกับเงินที่ได้รับจากลูกค้า

หากมีส่วนลดท้ายบิล ควรตรวจสอบยอดรวมหลังหักส่วนลดให้ถูกต้องก่อนบันทึก ยอดรับชำระจริงอาจไม่เท่ากับยอดรวมสุทธิทั้งหมด หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือมีการรับชำระบางส่วน

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt)

ขั้นตอนที่ 5: บันทึกการรับชำระเงิน

1

วันที่

เลือกวันที่รับชำระเงิน โดยระบบจะแสดงวันที่ปัจจุบันให้อัตโนมัติ

2

รับชำระเงินโดย

เลือกช่องทางหรือวิธีรับชำระเงิน เช่น เงินสด โอนเงิน หรือบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง

3

จำนวนเงินที่ชำระ

ระบุจำนวนเงินที่ได้รับจากลูกค้า

4

ถูกหัก ณ ที่จ่าย

ติ๊กเลือกกรณีที่ลูกค้ามีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

5

หมายเหตุ

ระบุข้อมูลเพิ่มเติม เช่น รายละเอียดการโอน เลขที่อ้างอิง หรือเงื่อนไขการรับเงิน

6

สรุปยอดรับชำระ

ค่าธรรมเนียม / ปรับปรุง: แสดงยอดค่าธรรมเนียมหรือรายการปรับปรุงที่เกี่ยวข้องกับการรับชำระ

ยอดเงินรับชำระ: แสดงยอดเงินที่ได้รับจากลูกค้า

หัก ณ ที่จ่าย: แสดงยอดภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี)

รับชำระทั้งสิ้น: แสดงยอดรับชำระรวมสุทธิ

ต้องชำระเงินอีก: แสดงยอดคงเหลือที่ลูกค้ายังต้องชำระเพิ่มเติม กรณีชำระไม่ครบตามยอดเอกสาร

ควรตรวจสอบวันที่รับเงิน ช่องทางรับชำระ และจำนวนเงินให้ตรงกับยอดที่ได้รับจริงก่อนบันทึก หากมีการโอนเงิน ควรระบุรายละเอียดหรือเลขอ้างอิงไว้ในช่องหมายเหตุ

หากระบุจำนวนเงินหรือช่องทางรับชำระผิด อาจทำให้ยอดเงินและรายงานในระบบคลาดเคลื่อนได้

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt)

ขั้นตอนที่ 6: หมายเหตุและแนบไฟล์

1

หมายเหตุ

ระบุข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องการให้แสดงบนเอกสาร เช่น รายละเอียดการรับชำระเงิน เลขอ้างอิงการโอน หรือข้อความที่ต้องการแจ้งลูกค้า

2

โน้ตภายใน

ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลภายในเท่านั้น โดยข้อความส่วนนี้จะไม่แสดงบนเอกสารที่ส่งให้ลูกค้า

3

การแนบไฟล์

อัปโหลดไฟล์ที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานการโอนเงิน หรือเอกสารประกอบการรับชำระเงิน โดยแนบได้สูงสุด 3 ไฟล์ต่อเอกสาร

ควรระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการรับชำระเงินให้ครบถ้วน และแนบหลักฐานการชำระเงินไว้ในระบบเพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลัง

ควรแนบเฉพาะไฟล์ที่เกี่ยวข้องและจำเป็น เนื่องจากระบบแนบไฟล์ได้สูงสุด 3 ไฟล์ต่อเอกสาร

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt)

ขั้นตอนที่ 7: การบันทึกข้อมูล

คลิกปุ่ม "บันทึกข้อมูล" เพื่อบันทึกใบเสร็จรับเงิน หรือคลิกลูกศรขึ้นเพื่อเลือกสถานะที่ต้องการ

1

บันทึก/ฉบับร่าง

บันทึกชั่วคราวเพื่อกลับมาแก้ไข (ยังไม่มีผลทางบัญชี)

2

บันทึก/จัดส่งแล้ว

ใช้เมื่อตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนแล้ว และต้องการบันทึกใบเสร็จรับเงินพร้อมสถานะจัดส่งเอกสารแล้ว

หากยังไม่มั่นใจในข้อมูล ควรเลือก "บันทึก/ฉบับร่าง" ก่อน เพื่อกลับมาตรวจสอบภายหลัง

ก่อนบันทึก ควรตรวจสอบข้อมูลลูกค้า รายการสินค้า/บริการ ยอดเงิน VAT, WHT และข้อมูลการรับชำระเงินให้ถูกต้อง เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อเอกสารและรายงานในระบบ

พร้อมเปลี่ยนเรื่องเอกสารให้เป็นเรื่องง่าย

เริ่มต้นกับ Acvenue วันนี้

เริ่มต้นใช้งานฟรีวันนี้
logo

โปรแกรมจัดการเอกสารออนไลน์ที่มี ประสิทธิภาพ
ปลอดภัยและใช้งาน ง่ายที่สุดสำหรับธุรกิจยุคใหม่