ใบกำกับภาษีขาย

ใบกำกับภาษี คือ เอกสารภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ออกให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ เพื่อแสดงรายละเอียดการขาย มูลค่าสินค้าหรือบริการ และภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้น

เอกสารนี้ใช้เป็นหลักฐานภาษีขายของผู้ขาย และอาจใช้เป็นหลักฐานภาษีซื้อของผู้ซื้อได้ หากข้อมูลในเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ใบกำกับภาษีเกิดขึ้นได้ยังไง

ใบกำกับภาษีจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT มีการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในระบบ VAT และต้องแสดงภาษีมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้า

โดยทั่วไปคือ: ผู้ขายจด VAT > ขายสินค้า/บริการ > คำนวณ VAT 7% > ออกใบกำกับภาษี > ส่งเอกสารให้ผู้ซื้อ

ตัวอย่างเช่น หากซื้อสินค้าราคา 100 บาท ราคานี้อาจประกอบด้วยมูลค่าก่อน VAT 93.46 บาท และ VAT 6.54 บาท ใบกำกับภาษีจึงเป็นเอกสารที่แสดงรายละเอียดของ VAT ที่เกิดขึ้นจากรายการซื้อนั้น

ใครสามารถออกใบกำกับภาษีได้

1

กิจการที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และจดทะเบียน VAT แล้ว

กิจการกลุ่มนี้มีหน้าที่ต้องจดทะเบียน VAT และเมื่อจดทะเบียนแล้วจึงสามารถออกใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้อง

2

กิจการที่มีรายรับยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี แต่สมัครใจจดทะเบียน VAT เอง

แม้รายรับยังไม่ถึงเกณฑ์บังคับ แต่หากจดทะเบียน VAT แล้ว ก็สามารถออกใบกำกับภาษีได้

3

กิจการที่จด VAT แล้ว และมีรายการขายที่อยู่ในระบบ VAT จริง

เมื่อมีการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในระบบ VAT ผู้ประกอบการต้องออกใบกำกับภาษีตามรายการนั้น

ใครไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้

ผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ แม้ว่าจะมีการขายสินค้าหรือให้บริการจริงก็ตาม

1

กิจการที่ยังไม่ได้จด VAT

ไม่ว่าจะมีรายรับยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ด้วยเหตุผลอื่น กิจการกลุ่มนี้ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ และควรออกเอกสารอื่นแทน เช่น ใบแจ้งหนี้ หรือใบเสร็จรับเงิน

2

รายการขายที่ได้รับยกเว้น VAT ตามกฎหมาย

โดยทั่วไปไม่ควรออกใบกำกับภาษี VAT สำหรับรายการที่ได้รับยกเว้น VAT เช่น สินค้าเกษตรสดบางประเภท หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน หรือรายการอื่นที่กฎหมายกำหนด

หากกิจการยังไม่ได้จด VAT ควรออกเอกสารอื่นแทน เช่น ใบแจ้งหนี้ หรือใบเสร็จรับเงิน และไม่ควรแสดงภาษีมูลค่าเพิ่มในเอกสาร หากกิจการเดียวกันมีทั้งรายการที่เสีย VAT และรายการที่ได้รับยกเว้น VAT ควรตรวจสอบประเภทรายการก่อนออกเอกสารทุกครั้ง

เมื่อไหร่ต้องออกใบกำกับภาษี

ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT แล้ว ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อการขายสินค้าหรือให้บริการถึงจุดรับรู้ภาษี (Tax Point) ซึ่งคือวันที่ถือว่าภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นแล้ว และควรออกใบกำกับภาษีให้ตรงกับวันนั้น

1

การขายสินค้า

โดยทั่วไป ภาษีเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า แต่ถ้ารับชำระเงิน โอนกรรมสิทธิ์ หรือออกใบกำกับภาษีก่อน ให้ยึดวันที่เกิดก่อน

2

การให้บริการ

โดยทั่วไป ภาษีเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระค่าบริการ แต่ถ้าออกใบกำกับภาษีก่อน หรือมีการใช้บริการก่อน ให้ยึดวันที่เกิดก่อน

3

การนำเข้าสินค้า

โดยทั่วไป ภาษีเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาเข้า หากได้รับยกเว้นอากร ให้ยึดวันที่ออกใบขนสินค้า

4

กรณีพิเศษอื่น ๆ

บางรายการมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ขายไฟฟ้า น้ำประปา ขายผ่านเครื่องอัตโนมัติ ชำระด้วยบัตรเครดิต ขายแบบผ่อนชำระ หรือส่งออกสินค้า กรณีเหล่านี้ควรตรวจสอบเงื่อนไขของรายการก่อนออกใบกำกับภาษี เพราะวันที่ภาษีเกิดขึ้นอาจไม่เหมือนการขายสินค้าหรือให้บริการทั่วไป

สรุป: Tax Point คือวันที่ภาษีเกิดขึ้นจริง จึงควรออกใบกำกับภาษีให้ตรงกับวันนั้น

ประเภทของใบกำกับภาษี

1

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป

ใช้เมื่อเอกสารต้องมีข้อมูลผู้ซื้อครบ เหมาะกับการใช้เป็นหลักฐานบัญชีและภาษี

2

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ

ใช้กับการขายปลีกหรือขายให้ผู้บริโภคทั่วไป ไม่ต้องระบุข้อมูลผู้ซื้อครบเหมือนแบบเต็มรูป

เอกสารที่เกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษี

เอกสารเหล่านี้ไม่ใช่ใบกำกับภาษีหลักที่ใช้ตอนขายปกติ แต่เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษี ใช้เฉพาะบางกรณี

1

ใบเพิ่มหนี้

ใช้เมื่อยอดขายหรือ VAT ต้องเพิ่มขึ้นภายหลัง เช่น คิดราคาต่ำไป หรือคิดจำนวนสินค้าน้อยไป

2

ใบลดหนี้

ใช้เมื่อยอดขายหรือ VAT ต้องลดลงภายหลัง เช่น คืนสินค้า ให้ส่วนลดภายหลัง หรือคิดราคาสูงไป

3

ใบแทนใบกำกับภาษี

ใช้เมื่อใบกำกับภาษีเดิมสูญหาย ชำรุด หรือถูกทำลาย

4

ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี

คือเอกสารที่รวม "ใบเสร็จรับเงิน" และ "ใบกำกับภาษี" ไว้ในฉบับเดียว

พร้อมเปลี่ยนเรื่องเอกสารให้เป็นเรื่องง่าย

เริ่มต้นกับ Acvenue วันนี้

เริ่มต้นใช้งานฟรีวันนี้
logo

โปรแกรมจัดการเอกสารออนไลน์ที่มี ประสิทธิภาพ
ปลอดภัยและใช้งาน ง่ายที่สุดสำหรับธุรกิจยุคใหม่